468*60

สนใจโฆษณาตำแหน่งนี้ ติดต่อที่ inbox

25/10/56

เที่ยวเขาค้อ


เขาค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ชื่อว่าเขาค้อเป็นเพราะ ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี ค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว และมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเพชรบูรณ์


สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ ฐานอิทธิเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ หอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตกศรีดิษฐ์ สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และเนินมหัศจรรย์ หมู่บ้านคุ้มจุดชมวิวกิ่วลม  หมู่บ้านนอแล และหมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านหลวง


การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

จากกรุงเทพฯ ใช้ ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางไปสระบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ถึงสามแยกพุแคเบี่ยงขวา เข้าถนนสาย 21  มุ่งหน้าลพบุรี  ใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 21 ตลอดเส้นทางผ่านอ.ชัยบาดาล อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ. บึงสามพัน อ.หนองไผ่ และ อ.เมือง มุ่งหน้าอ.หล่มสัก จนถึง สี่แยกพ่อขุนผาเมือง กม.261 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 20 กม. จะถึงสามแยกแคมป์สน(เข้าเขาค้อ) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีแหล่งท่องเที่ยว และรีสอร์ทต่างๆบนเขาค้อตลอดเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางสระบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองก่อนถึงสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี- เพชรบูรณ์ ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอ.ต่างๆในจังหวัดลพบุรี จนถึงอ.เมือง เพชรบูรณ์ เลยอำเภอเมืองประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2258 เส้นทางนางั่ว-เขาค้อ ผ่านจุดทดสอบเนินมหัศจรรย์ เส้นทางท่องเที่ยว และรีสอร์ทต่างๆ บนเขาค้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปอยุธยา  ถึงอำเภอวังน้อยแล้วแยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์  แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 117 ตรงเข้าจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นใช้ทางหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ถึงกม.ที่ 331 สามแยกแคมป์สน  เลี้ยวขวาเข้าเขาค้อตามเส้นทางหมายเลข 2196 รวมระยะทาง 547 กิโลเมตร ใชเวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง


สถานที่ท่องเที่ยวเขาค้อที่น่าสนใจ  พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนเขาย่า พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริ และทรงตรวจเยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลมมีทั้งหมด 15 ห้อง รูปทรงแปลกตาไปจากพระตำหนักอื่น สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้ การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 29 ให้ไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร มีทางแยกด้านซ้ายไปพระตำหนัก ทางขึ้นเขาค้อค่อนข้างสูงชัน


สภาพอากาศของเขาค้อ

ฤดูหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน-กลางเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิค่อนข้างหนาวเย็น 
ฤดูร้อน ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 21.93 องศา อากาศค่อนข้างร้อนช่วงกลางวัน 
ฤดูฝน ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนค่อนข้างสูง ถึงประมาณ 1,425.75 มิลิเมตรต่อปี มีฝนตกปีละ 126 วัน จะมีฝนตกชุก 70% ของทั้งปี 



ติดต่อ อุทยานแห่งชาติเขาค้อ  67 ม.1 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์ 67270 

โทรศัพท์  08 1284 5223  E-mail khaokhonew_2012@hotmail.co.th 

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ  นายสุกฤติ กระต่ายจันทร์ 


เที่ยวดอยอินทนนท์

หนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจในช่วงฤดูหนาวคงหนีไม่พ้น ดอยอินทนนท์ สถานที่ที่สามารถรับชมทะเลได้อย่างสวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่อยู่ในท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม กิ่งอำเภอดอยหล่อ และอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทาง เชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) ไปยังอำเภอจอมทอง 50 กม. ระยะทางประมาณ 50 กม. เลี้ยวขวาตามถนนสาย จอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009) ประมาณ 8 กม. ก็จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติที่บริเวณน้ำตกแม่กลาง และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กม. ที่ทำการอุทยานแห่งชาติจะตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31 


ช่วงที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวที่นี่เป็นช่วงธันวาคม-มกราคม หากใครชื่นชอบอากาศที่เย็นสบายไม่ควรพลาดเป็นสถานที่ท่องนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเก็บภาพบรรยากาศในช่วงวันหยุดยาว


การเดินทางไปดอยอินทนนท์ 

ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ ประมาณ 106 กม. โดยเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่ - จอมทอง ถึงหลักกม.ที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กม. แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กม. ถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ค่อนข้างสูงชัน ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถเช่ารถสองแถวที่น้ำตกแม่กลางได้ ส่วนการนำรถขึ้นไปเองนั้น จะต้องเสียค่าผ่านทาง แต่จริง ๆ การเดินทางไปดอยอินทนนท์จากตัวเมืองเชียงใหม่สามารถไปได้ 3 ทางส่วนทางไหนนั้นสามารถดูได้จากแผนที่

เส้นทางที่ 1


เส้นทางที่ 2


เส้นทางที่ 3


สำหรับใครต้องการพักทางอุทยานก็มีไว้ให้บริการ  มีทั้งบ้านพัก เต้นท์สนามคู่ และสถานที่กางเต้นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ที่ทำการ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กม. ที่ 31 อำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160 โทร. (053) 268550 หรือติดต่อที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. (02) 57954852, 5795269 หรือคลิกเข้ามาหาข้อมูลละเอียดยิบได้ที่นี่เลย www.doiinthanon.com


ภาพวิวทิวทัศน์บนยอดดอยอินทนนท์ สวยเหมือนกับภาพวาดสำหรับใครที่ไปมาจะได้รับประสบการณ์ดีและความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม หากใครยังไม่รู้ว่าช่วงปีใหม่จะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนลองมาเที่ยวดอยอินทนนท์ ดูสักครั้ง

23/10/56

เที่ยวผาแต้ม

ช่วงนี้อากาศหนาวกำลังมาแล้ว ใครที่ชื่นชอบอากาศเย็นบนยอดเขาแนะนำ เที่ยวผาแต้ม อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยูทางตะวันออกสุดของประเทศไทย สามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นได้เป็นจุดแรกของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี จุดที่น่าสนใจคือภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม ผาหมอน ผาลาย ประติมากรรมธรรมชาติเสาเฉลียง และจุดชมพระอาทิตย์แสงแรกแห่งสยาม อุทยานแห่งชาติผาแต้มมีพื้นที่ราว 212,500 ไร่ เรามาดูกันว่าผาแต้มมีอะไรดีทำไมคนถึงชื่นชอบเลือกที่จะเดินทางไปเป็นอันดับแรก ๆ


ผาแต้ม เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ ที่สามารถรับชมพระอาทิตย์ได้ก่อนใครในสยามเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเข้าชมเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย 


จากจังหวัดอุบลราชธานีไปยังอำเภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปตามเส้นทางยุทธศาสตร์สายโขงเจียม-เขมราฐ อีก 15 กิโลเมตร เลี้ยวขวาต่อไปอีก 5 กิโลเมตร จะถึงภูผาขาม ท้องที่บ้านหนองผือน้อย ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม ซึ่งที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแต้มตั้งอยู่ ปัจจุบันเส้นทางนี้ไปสิ้นสุดบนลานภูผาขาม เป็นส่วนที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว


ที่พักผาแต้ม ทางส่วนของอุทยานมีบริการที่พักไว้สำหรับนักท่องเที่ยวด้วยท่านที่สนใจสามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ที่พักผาแต้ม หรือจะเลือกกางเต้นท์เก็บบรรยากาศก็ได้


ผาแต้มยังรอให้คนที่ชื่นชอบในธรรมชาติมาพิสูจน์กันหากในช่วงวันหยุดยาวแล้วคุณไม่รู้ว่าจะไปไหนลองมาสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ดูแล้วคุณจะติดใจ

ข่อมูลติดต่ออุทยานแห่งชาติผาแต้ม
ตำบลห้วยไผ่  อ. โขงเจียม  จ. อุบลราชธานี   34220
โทรศัพท์ 0 4531 8026 , 0 45249780, 0819992747(จนท.)   โทรสาร 0 4531 8026 เจ้าหน้าที่จองบ้านพัก 0819992747   อีเมล phataem_3@hotmail.com, phataem_np@hotmail.com



22/10/56

เที่ยวภูชี้ฟ้า


ห่างหายไปนานสำหรับการอัพเดท เข้าหน้าหนาวแล้วใครที่สนใจไป ภูชี้ฟ้า ผมจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับไปสูดอากาศเย็นสบายของภูและไปชมทะเลหมอกหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกที่สวยติดอันดับของไทย เรามาดูข้อมูล ภูชี้ฟ้าก่อนการเดินทางกันดีกว่า


ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาที่ ติดชายแดนไทย - ลาว อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลม เป็นแนวยาวที่ชี้ไปบนฟ้า ทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า ภูชี้ฟ้า นั่นเอง ด้านที่ติดกับลาว นับเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง ภูชี้ฟ้า เป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 ด้วยเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร


สำหรับจุดเด่นของการมาที่นี้ก็คือการได้ดูทะเลหมอกยามเช้าที่เข้ากันได้ดีกับแสงแดดทำให้หมอกมีสีทองสวยงามเป็นที่น่าจดจำสำหรับการมาท่องเที่ยวสำหรับเดือนที่เหมาะมาชมทะเลหมอกคือช่วงเดือน พฤศจิกายน-มกราคม หากใครอยากจะมาสัมผัสอากาศดี ๆ ของภูชี้ฟ้าก็ไม่ควรพลาด

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว สามารถไปได้ 2 เส้นทาง 

1. เส้นทางด้าน อ. เทิง จากสี่แยกแม่กรณ์ตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงราย-เทิง) ระยะ ทาง 64 กม. ถึง อ. เทิง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 (เทิง-เชียงคำ) อีก 6 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 1155 ที่หลักกม. 94 เป็นทางลาดยางแต่ค่อนข้างแคบ คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ผ่านปางค่า บ้านรักถิ่นไทย บ้านรักแผ่นดิน และบ้านแผ่นดินทอง เมื่อถึงกลักกม. 25 จะเป็นทางโค้งขึ้นเขาชัน มีแยกขวามือเข้าสู่ทางหลวง หมายเลข1093 ซึ่งจะเลียบแนวชายแดนไทย-ลาว ไป อ. เชียงคำ จ. พะเยา ผ่านบ้านราษฎร์ภักดี (บ้านเช็งเม้ง) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้ง ระยะทางรวม 11 กม. มีทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกทางไปจุดชมวิวภูชี้ฟ้า ทางช่วงนี้ลาด ยางเรียบ แต่สูงชันและคดเคี้ยว ระยะทาง 1.7 กม. ผ่านที่ทำการอุทยานภูชี้ฟ้า ไปสิ้นสุดที่ลานจอดรถ 



2. เส้นทางผ่าน อ. เชียงของ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงของ-เทิง) ระยะทาง 15 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้า สู่ทางหลวงหมายเลข 1155 มีป้ายบอกทางไปภูชี้ฟ้า เห็นได้ชัดเจน ระยะทาง 95 กม. ขับรถตามทางหลวง หมายเลข 1155 ผ่าน อ. เวียงแก่น (กม. 70) สามแยกปางหัด ทางแยกขึ้นดอยผาตั้ง (กม. 52) เมื่อถึงหลัก กม. 42 เป็นถนนลูกรังอัดแน่นไปจนถึงหลัก กม. 28 จากนั้นถนนจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1093 ตรงหลัก กม. 27 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1093 ไปภูชี้ฟ้า อีก 11 กม. เช่นเดียวกับเส้นทางจาก อ. เทิง

แผนที่ขึ้นภูชี้ฟ้า


หากใครที่ได้ไปขึ้นชมภูชี้ผ้ามาแล้วก็มาบอกเล่าประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ฟังกันได้นะครับ ช่วงนี้ทางภาคเหนือเริ่มมีอากาศเย็นเข้ามาปกคลุมแล้วท่านที่สนใจสามารถเดินทางไปได้

ข้อมูลการติดต่ออุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า
ต.ปอ  อ. เวียงแก่น  จ. เชียงราย   57310
โทรศัพท์ 0 5371 7173 (สบอ.15)   โทรสาร 0 5371 1961 (สบอ.15)   อีเมล reserve@dnp.go.th


21/9/54

สถานที่ท่องเที่ยว เชียงราย


สถานที่ท่องเที่ยว เชียงราย
ประวัติความเป็นมา

จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำกก เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ มีผู้คนเข้ามาตั้งหลักแหล่งอย่างไม่ขาดสายนับตั้งแต่สมัยต้นพุทธกาล หรือก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน ดังจะสรุป ประวัติศาสตร์ความเป็นมาโดยแบ่งเป็นสมัยต่าง ๆ ได้ ๔ สมัย คือ

สมัยชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์

บริเวณที่ราบลุ่มของแม่น้ำกก เป็นศูนย์กลางที่สำคัญของชนชาติไทยและอารยธรรมไทย ตั้งแต่ก่อนพ.ศ. ๑๘๐๐ ร่องรอยที่เป็นรูปธรรมของสังคมและอารยธรรมไทยลุ่มน้ำกก ได้แก่ ซากเมืองโบราณ ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดบนสองฝั่งแม่น้ำกก เท่าที่ค้นพบในปัจจุบันมีซากเมืองโบราณถึง ๒๗ เมือง ตั้งแต่อำเภอฝางซึ่งเป็นต้นแม่น้ำกก จนถึงเมืองเชียงแสน นับเป็นพยานที่ดี ว่าได้มีชนชาติไทยชุมนุมกันตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณแม่น้ำกกอย่างหนาแน่น และได้ขยายตัวมีการสร้างบ้านแปงเมืองกันไม่ขาดสาย ศูนย์กลางทางการเมือง ของไทยแห่งลุ่มน้ำกกในยุคแรก ตั้งอยู่ที่ลำน้ำแม่สายซึ่งอยู่เหนือแม่น้ำกกขึ้นไปเล็กน้อย ตำนานสิงหนวัติจดบันทึกไว้ว่า ราชวงศ์กษัตริย์ไทเมือง ชื่อสิงหนวัติกุมาร อพยพคนไทย จากนครไทยเทศในยูนนาน ลงมาตั้งอาณาจักรโยนกนาคพันธุ์ ณ บริเวณละว้านที (แม่น้ำสาย) และแม่น้ำโขง ตั้งแต่ต้นพุทธกาลก่อนได้ชื่อว่าโยนก ตำนานสิงหนวัติได้กล่าวว่า บริเวณนี้เป็นดินแดนสุวรรณโคมคำแต่รกร้างไปแล้ว เมื่อสิงหนวัติกุมารนำไพร่บ้านพลเมืองมาจากนครไทยเทศ จึงมาสร้างเมืองขึ้นใหม่ชื่อว่า สิงหนวัตินคร ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น โยนกนครไชยบุรี ราชธานีศรีช้างแสน (ช้างแสนแปลว่าช้างร้อง) และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เชียงแสน และเรียกพลเมืองของโยนกนครว่า ชาวยวน ตำนานเงินยางเชียงแสน ได้กล่าวถึง ปู่เจ้าลาวจก เป็นผู้ตั้งอาณาจักรเงินยาง หรือ หิรัญนคร เมื่อ พ.ศ ๑๑๘๑ เป็นยุคที่สองต่อจาก โยนกนาคพันธุ์ ซึ่งล่มสลายไปแล้ว โดยตั้งศูนย์กลางอยู่ ณ บริเวณเดียวกับ โยนกนาคพันธุ์เดิม แต่ไพร่บ้านพลเมืองส่วนใหญ่อยู่กันหนาแน่นที่ปากแม่น้ำกกสบแม่น้ำโขง อาศัยน้ำท่าที่อุดมสมบูรณ์ทำนา การปกครองบ้านเมืองก็ใช้พื้นที่ทำนา เป็นเกณฑ์ การแบ่ง เขตเช่นแบ่งเป็นพันนา หมื่นนา แสนนาและล้านนาเป็นต้น มีเมืองเชียงแสนเป็นเมืองสำคัญและมีเมืองเล็กเมืองน้อยที่เรียกว่าเวียง เกิดขึ้นตามบริเวณ ที่ราบลุ่มแม่น้ำต่าง ๆ อีกมากมาย



สถานที่ท่องเที่ยว เชียงราย

พระตำหนักดอยตุง 
พระตำหนักดอยตุง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเรียกพระตำหนักนี้ว่า "บ้านที่ดอยตุง" วัตถุประสงค์แรกทั้งรัฐบาล ข้าราชบริพารตั้งใจให้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานแทนที่จะเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่สำหรับพระองค์ท่านแล้ว หากว่าไม่มีโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ไม่มีงานถวายให้ทรง ไม่เสด็จมาประทับอยู่ที่นี่

 ในตอนแรก กรมป่าไม้ ต้องการน้อมเกล้าฯถวาย พื้นที่ที่จะสร้างพระตำหนักแต่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไม่ทรงรับ เนื่องจากเป็นเขตป่าสงวน ไม่ต้องพระราชประสงค์ที่จะมีอภิสิทธิ์เหนือประชาชนคนไทยทั่วไป



พระตำหนักดอยตุง สร้างจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ด้านนอกก่อสร้างด้วยคอนกรีตตกแต่งด้วยปีกไม้ ซึ่งเป็นไม้สักขนาดเล็กได้จากการทอนไม้ที่ไม่ได้ขนาดในสวนป่าขององค์การ อุตสาหกรรมป่าไม้ เพื่อให้ไม้สักที่เหลือเจริญเติบโตแข็งแรง ได้ใช้ประโยชน์ต่อไปภายในพระตำหนักบุผนังด้วยไม้สน จากลังไม้ที่ใส่เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ ส่วนพื้นเป็นไม้สักทองที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้น้อมเกล้าฯถวายการสร้างพระ ตำหนักจึงเป็นตัวอย่างของการรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อใช้ของที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ตัวอาคารชั้นบนแยกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ส่วนท้องพระโรงและห้องประกอบพระกระยาหาร ส่วนที่พักของท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
การตกแต่งภายในเป็นไปอย่างเรียบง่าย สง่างาม เน้นประโยชน์ใช้สอยอย่างพอดี สะท้อนลักษณะอุปนิสัยของ เจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี
ลักษณะเด่นของพระตำหนัก คือ เพดานท้องพระโรง ที่แกะสลักเป็นกลุ่มดาวต่างๆที่สมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนีทรงเลือก และ ตรงกลางสลักเป็นกลุ่มดาวในสุริยะจักรวาลเรียงตามองศาในวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ และฝังดวงไฟให้กำลังแสงตามขนาดที่ได้สัดส่วนตามจริง โดยการคำนวณ และออกแบบโดยสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย

วนอุทยาน น้ำตกขุนกรณ์







วนอุทยานน้ำตกขุน กรณ์ อยู่ในท้องที่ตำบลแม่กรณ์และตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้ายและป่าแม่กกฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2525







ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพ พื้นที่เป็นหุบเขาล้อมรอบด้วยภูเขาสูง เป็นภูเขาสูงชันตอนบนยอดเขาซึ่งเป็นจุดสูงสุด และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของน้ำแม่กรณ์ซึ่งประกอบด้วยห้วยต่างๆ คือห้วยแม่กรณ์ ห้วยแม่มอญ ห้วยย่าดี ห้วยเลาอ้าย ไหลรวมกันเป็นน้ำแม่กรณ์แล้วไหลรวมกับแม่น้ำลาว








พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
เป็น ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขาและป่าเต็งรัง สภาพป่ายังสมบูรณ์ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะเคียนทอง ยมหอม แดงดง มะม่วงป่า จำปีป่า กระบก ซ้อ บุนนาค ปอทอง อ้ายาง เต็ง รัง เหียง พลวง และก่อชนิดต่างๆ ไม้พื้นล่างได้แก่ หวาย ต๋าว ไผ่หก ไผ่เหี้ย ไผ่ไร่ ไผ่ซาง กล้วยป่า และเฟิร์นชนิดต่างๆ

สัตว์ป่าที่พบได้แก่ หมูป่า กระต่าย อีเห็น ชะมด กระรอก กระแต ไก่ป่า ไก่ฟ้า และนกชนิดต่างๆ






วัดพระมหาชินธาตุเจ้า (ดอยตุง) หรือเรียกโดยทั่วไปว่า วัดพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บริเวณส่วนที่เรียกว่าหน้าอกของดอยนางนอน ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขา ซึ่งดอยตุงมีระยะทางห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายประมาณ 46 กม. และมีพระธาตุดอยตุงประดิษฐานอยู่บนยอดดอย สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลเนื่องจากพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณสองพันเมตร



ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุดอยตุงสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์(ปัจจุบันคืออำเภอแม่จัน) พระมหากัสสปะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ l ส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย(กระดูกไหปลาร้า) แล้วมอบให้แก่ พระเจ้าอชุตราช ได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นไว้บนดอยแห่งนี้ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ แล้วจึงได้ให้ทำตุง (ธง) มีความยาว 1,000 วาปักบนยอดเขาหากตุงปลิวไปถึงที่ใดก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยพญามังรายแห่งราชวงค์มังราย พระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย 50 องค์ พญามังรายจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม นับจากนั้นเป็นต้นมาพระธาตุดอยตุงจึงได้มีเจดีย์สององค์มาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบัน กรมศิลปากรมีโครงการรื้อถอน องค์พระธาตุองค์ปัจจุบัน โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นไปตามร้องขอของคนท้องถิ่นไปทางจังหวัด และส่งต่อมายังสำนักโบราณคดีเชียงใหม่ ให้ช่วยฟื้นฟูพระสถูปในสมัยครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ได้บูร ณะไว้ตามภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่ในวิหารพระธาตุดอยตุง เนื่องจากพระธาตุองค์ปัจจุบัน 2 องค์ที่ตั้งอยู่เวลานี้ เป็นของใหม่ ได้มีการบูรณะเมื่อสามสิบปีเศษที่แล้ว ออกแบบโดยนายช่างสถาปนิกกรุงเทพฯ และเข้าใจว่าพระสถูปเดิมสมัยครูบาได้บูรณะไว้เมื่อแปดสิบปีที่แล้ว อาจถูกทับคล่อมอยู่ภายในองค์ปัจจุบัน ซึ่งคณะทำงานได้มีการหารือทางเจ้าคณะอำเภอเรียบร้อยแล้ว และได้ให้นำพระสถูปเดิมที่ถอดออกมา ไปตั้งไว้ที่วัดพระธาตุน้อยดอยตุง อยู่ด้านล่างก่อนขึ้นดอยพระธาตุ จากนั้นทำการบูรณะพระสถูปเจดีย์ ครูบาศรีวิชัย ให้คืนกลับมาสภาพดังเดิมให้แล้วเสร็จก่อนเดือนธันวาคม 2550 ในปีหน้า โดยมีงบประมาณทั้งสิ้น 21 ล้านบาท รวมค่าปรับปรุงภูมิทัศน์ อาทิเช่น ปรับปรุงพื้นที่ลานพระธาตุให้กว้างขึ้น รื้อโรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ เคลื่อนย้ายพระสังกัจจาย พระพุทธรูปองค์ใหญ่ในรูปปางต่างๆ นำไปตั้งประดิษฐานในสถานที่ที่เหมาะสม ปรับปรุงภูมิทัศน์ฐานบันไดนาคทางขึ้น เพื่อความสะดวกต่อพุทธศาสนิกชน ซึ่งไปนมัสการพระธาตุเป็นจำนวนมากของทุกปี


 
ภูชี้ฟ้า     ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงทางตะวันออกของจังหวัดเชียงราย   อยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดนไทย – ลาว   ลักษณะเป็นหน้าผาสูงเป็นแนวยาวเลาไปตามแนวชายแดน บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ    เป็นที่มาของชื่อ “ ภูชี้ฟ้า “ จุดที่สูงสุดของ    ภูชี้ฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง ๑,๖๒๘   เมตร   เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง   แขวงไชยบุรี   ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ภูชี้ฟ้า   เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดเชียงราย   และเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางที่ชอบความสวยงามของธรรมชาติและยังพอ เรี่ยวแรงที่ฝันอยากจะมาสัมผัสกับความงามของสถานที่แห่งนี้สักครั้งในชีวิต   ภูชี้ฟ้า   ถ้าพูดถึงความหนาวเย็นก็คงจะไม่แตกตางอะไรมากหนักกับหลาย ๆ ดอยสูงทางภาคเหนือของไทย   แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับยอดภูแห่งนี้มาตลอดและสร้างความประทับใจให้กับผู้ ที่มาพบเห็น   ก็คือ   ความสวยงามแปลกตาของหน้าผาสูงที่ยื่นเด่นลอยออกไปในอากาศ   สายลมหนาวที่วูบผ่านมาแล้วเลยผ่านไป   ทิวทัศน์เบื้องล่างคือ ภาพทะเลหมอกและภาพของดวงอาทิตย์สีแดง ที่กำลังเบียดเสียดแทรกตัวออกมาท่ามกลางทะเลหมอกหนา และหุบเขาน้อยใหญ่   ภาพความสวยงามต่าง ๆ เหล่านี้   ได้กลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมากมายให้หลั่งไหลมาที่นี่   ในแต่ละปีเมื่อลมหนาวมาเยือนจะมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกสารทิศ   เดินทางมาสัมผัสกับอากาศหนาว
และชมความงามของทะเลหมอกยามเช้าที่ภูชี้ฟ้า   อย่างไม่ขาดสาย   โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว   บนยอดดอยสูงแห่งนี้แทบไม่มีที่ยืนถ่ายรูป   ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่ภูชี้ฟ้า   ได้รับการกล่าวขานว่าสวยงามกว่าที่ใด ๆ ในประเทศ   บริเวณทางเดินขึ้นสู่ยอดภูชี้ฟ้า   เป็นทุ่งหญ้ากว้าง   มีทุ่งดอกโคลงเคลงขึ้นแซมเป็นระยะ   ออกดอกสีชมพูอมม่วงในช่วงเดือนกรกฎาคม – มกราคม    ช่วงเพิ่มความสวยงามให้กับยอดภูแห่งนี้ได้อีกไม่ใช่น้อย   ระหว่างทางขึ้นมายังภูชี้ฟ้ายังต้องผ่านภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์งดงาม หากมาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์จะได้ชมความงามของดงดอกเสี้ยวที่ออกดอกสีขาว อมชมพูบานสะพรั่งระหว่างทางขึ้นสู่ภูชี้ฟ้า
 
ลักษณะภูมิประเทศ
   พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร จุดสูงสุดคือ บริเวณจุดชมวิว มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 40 เปอร์เซนต์
ลักษณะภูมิอากาศ
   อากาศบนภูเขาจะค่อนข้างเย็นแต่ฤดูกาลจะเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
   เป็นป่าดิบเขา ยกเว้นบนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้าประมาณ 300 ไร่ ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย ก่อก้างด้าง ก่อแดง ก่อน้ำ ก่อแป้น ก่อสีเสียด อบเชย กำยาน หว้า เหมือด สารภี จำปาป่า จำปีป่า พันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เอื้องดิน หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส เฟิร์นชนิดต่าง ๆ
   สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบเห็นได้แก่ เก้ง กระจง หมูป่า อีเห็น ชะมด เสือไฟ เสือ ปลา แมวป่า หมูหริ่ง บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า
   นกที่พบเห็นได้แก่ นกเขา เหยี่ยว นกกระสา นกอินทรี นกฮูก นกปรอด นกแขวก นกเค้าแมว นกแสก นกกระปูด นกเอี้ยง นกกางเขน นกขมิ้น นกกระทาดง นกกวัก นกกิ้งโครง นกขุนทอง นกแซว นกนางแอ่น นกยูง นกตะขาบ นกหัวขวาน นกดุเหว่า ไก่ป่า ไก่ฟ้า    สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่พบเห็นได้แก่ เต่า กบ เขียด
   สัตว์เลื้อยคลาน ที่พบเห็นได้แก่ งูชนิดต่าง ๆ ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแกป่า กิ้งก่าบิน
แหล่งท่องเที่ยว
ภูชี้ฟ้า เป็น ยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีหน้าผาสูงชัน เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ในฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์สวยงามเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาค้างแรมบริเวณบ้านร่มฟ้าทองทางห่างจากจุดชมวิว ประมาณ 1.5 กิโลเมตร แล้วจะเดินขึ้นภูชี้ฟ้าเพื่อไปชมวิวตอนเช้ามืด ระหว่างทางจะพบแปลงปลูกป่านางพญาเสือ ออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม (เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์) และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นเสี้ยวดอกขาวรอบภูชี้ฟ้าจะออกดอกบานเต็มเชิงเขา



การเดินทาง    รถ ยนต์ ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 144 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทางดังนี้
   1.จากอำเภอเมืองเชียงรายไป อำเภอเทิง ผ่านสามแยกโรงเรียนภูซางวิทยาคม บ้านสบบงและสามแยกบ้านม่วงชุมแล้วเดินทางต่อไป ก็จะถึงภูชี้ฟ้า
   2.ไป ตามทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง ด่านบ้านฮวก ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ผ่านจุดท่องเที่ยวได้แก่ น้ำตกภูซาง (อุทยานแห่งชาติภูซาง) และศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ทดลองและส่งเสริมปลูกไม้ดอกเมืองหนาว เช่น ทิวลิป ลิลลี่
   จากภูชี้ฟ้า สามารถเดินทางไปยังดอยผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยอยู่ห่างออกไปตามเส้นทางหลวงจังหวัดสาย 1093 เป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร และจากดอยผาตั้งยังสามารถเดินทางต่อไปยังอำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายได้อีกด้วย
บ้านพัก-บริการ
   วนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ส่วนเรื่องอาหารต้องจัดเตรียมไปเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้า โดยตรง รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย โทร. (053) -714914 หรือฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-25614292 -3 ต่อ 719
สถานที่ติดต่อ
   วนอุทยานภูชี้ฟ้า สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โทร. (053) 714914

31/8/54

สถานที่ท่องเที่ยว ระยอง


เมืองชายทะเลฝั่งตะวันออก ที่ได้รับการขนานนาม ให้เป็นเมืองแห่งกวีศรีรัตนโกสินทร์ “สุนทรภู่” ผู้มีผลงานวรรณกรรมประเภทร้อยแก้วที่ยากจะหา ผู้ใดมาเทียบเทียม โดยเฉพาะนิทานกลอนสุภาพเรื่อง พระอภัยมณี โดยฉากในนิทานเรื่องนี้ คือบริเวณหมู่เกาะน้อยใหญ่ และท้องทะเลที่สวยงามในจังหวัดระยองนั้นเอง

นอกจากความงดงามของธรรมชาติ ระยองยังเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลที่สำคัญ เป็นแหล่งปลูกผลไม้เมืองร้อนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะ เงาะ ทุเรียน มังคุด และยังเป็นที่ตั้งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นเขต เศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ ทางหลวงสายสำคัญจากทุกภูมิภาคที่มุ่งหน้าสู่เมืองระยองถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อ อำนวยความสะดวกแก่ภาคอุตสาหกรรม แต่ขณะเดียวก็เอื้อประโยชน์ให้การเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดระยองรวด เร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โรงแรม ร้านอาหาร ที่ได้มาตราฐาน


แหล่งท่องเที่ยว ระยอง

เกาะเสม็ด (เกาะแก้วพิศดาร)


ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ต.เพ อ.เมือง ระยอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ต่างประเทศ ประกอบด้วย อ่าว และหาดทรายสวยงามมากมาย เช่น หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายที่ยาวและสวยที่สุด ของเกาะ อ่าววงเดือน ซึ่งเป็นหาดที่มีลักษณะโค้งเสี้ยวพระจันทร์ บนเกาะมีที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวอย่างมากมาย - หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายที่กว้างใหญ่ที่สุดของเกาะ ความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร อยู่ทางด้านทิศ ตะวันออกของเกาะ เป็นหาดทรายที่ขาวที่สุด เหมาะสำหรับว่ายน้ำ และเล่นกิจกรรมทางน้ำ - อ่าวไผ่ อยู่ติดต่อกับหาดทรายแก้ว เป็นอ่าวเล็กๆที่มีหาดทรายเฉพาะตัว ปัจจุบันมีบังกะโลนักท่องเที่ยว อยู่ทั่วไป - อ่าววงเดือน เป็นอ่าวที่มีความงามตามสภาพธรรมชาติสวยงามมาก มีขนาดย่อมๆ รูปโค้งเหมือนวงรี - อ่าวหวาย , อ่าวกิ่ว และ อ่าวเทียน เป็นอ่าวเล็กๆ ที่อยู่ติดต่อกันไปตามฝั่งเกาะด้านตะวันออก เป็นจุดที่น่าดำน้ำดูปะการังมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะมีแนวปะการังอยู่ใกล้ชาฝั่ง ทุกอ่าวจะมีแนวหาดทรายสวยๆ อยู่โดยตลอด สถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะอ่าวกิ่วจะสวยที่สุด ลักษณะเด่นของอ่าวกิ่วคือ เป็นคอดเกาะและบริเวณคอดเกาะจะมีหุบราบสามารถเดินข้ามเกาะไปอีกฝั่งได้สะดวก ช่วงนี้กว้างประมาณ 500 เมตร สามารถสัมผัสทะเลได้ ทั้งฝั่งตะวันตกและ ฝั่งตะวันออกของเกาะเสม็ด - อ่าวปะการัง อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ มีปะการังที่สวยงามเหมาะแก่การดำน้ำตื้น ใกล้จุดชมวิว - แหลมใหญ่ช่องเกาะจันทร์ เป็นหัวแหลมด้านทิศใต้มีสภาพเป็นแนวป่าและทุ่งหญ้า บริเวณนี้จะมีแนวหินชายฝั่งรูปร่างแปลกๆ ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำหรือดำดูปะการัง แต่เหมาะกับการตกปลาเพราะน้ำบริเวณนี้ลึกมากและเป็นช่องน้ำวน - อ่าวพร้าว เป็นอ่าวทางทิศตะวันตกของเกาะ มีชายหาดที่ค่อยๆ เทลาดเรียบลงไปในทะเลและทั่วบริเวณมีดงมะพร้าวมากมายสมชื่อ เป็นอ่าวที่เงียบและสะอาด เป็นหาดที่เห็นพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดของเกาะเสม็ด สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง - เกาะกุฎี เป็นเกาะที่อยู่ห่างชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร มีขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ และมีเกาะบริวารอยู่อีก 2 เกาะคือ เกาะท้ายค้างคาว และเกาะถ้ำฤาษี เกาะกุฎีอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเสม็ด และเป็นจุดที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 1 (เกาะกุฎี) จุดเด่นของเกาะกุฎีคือ หาดทรายและธรรมชาติที่สงบ จากผานิลมังกรทางทิศใต้ของเกาะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลสวยงามอย่าง ยิ่ง และโดยรอบของเกาะกุฎีจะมีแนวปะการังชายฝั่งโดยตลอดเหมาะแก่การดำน้ำดู ปะการัง ตกปลาและแคมป์ปิ้ง นอกจากความงามบนเกาะกุฎีแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งคือ บนเกาะจะมีสัตว์จำพวกตัวเงินตัวทองและแย้อยู่ชุกชุมมาก และไม่มีพิษมีภัยหรืออันตรายต่อนักท่องเที่ยว - เกาะกรวย , เกาะขาม และเกาะปลายตีน เป็นเกาะที่มีสภาพธรรมชาติของเกาะแก่งกลางทะเลซึ่งยังบริสุทธิ์ อยู่ห่างเกาะกุฎีไปทางทิศเหนือ 600 เมตร สำหรับเกาะกรวยและเกาะขามจะอยู่ติดกันโดยมีแนวทรายและโขดหินเชื่อมต่อเห็น ได้ชัด เฉพาะช่วงน้ำลงเต็มที่ เป็นเกาะที่มีพื้นที่น้อยประมาณ 20 ไร่ ส่วนเกาะปลายตีนอยู่ห่างจากเกาะขามและเกาะกรวยประมาณ 400 เมตร เหมาะสำหรับการแคมป์ปิ้ง สภาพใต้ท้องทะเลโดยรอบยังมีดงปะการังที่สวยงามอีกมากมาย บางแห่งก็ยังไม่ถูกทำลายด้วยระเบิดปลา - เกาะจันทร์ เป็นเกาะที่เล็กสุด มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ อยู่ทางทิศใต้สุดของเกาะเสม็ด ห่างจากหัวแหลมใหญ่ประมาณ 600 เมตร โดยสภาพส่วนใหญ่เป็นเกาะหิน ไม่มีส่วนที่เป็นดินมากนัก เกาะจันทร์อยู่บริเวณช่องน้ำลึกเหมาะสำหรับไปตกปลา แต่ไม่เหมาะกับการแคมป์ปิ้งกลางคืน (รอบเกาะมีปะการังสีสวยงาม) - เกาะทะลุ อยู่ห่างจากเกาะกุฎีไปทางตะวันออกประมาณ 6 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่สภาพเกาะส่วนใหญ่ยังเป็นธรรมชาติที่ไม่ถูกบุกรุกทำลาย ลักษณะเด่นที่สุดของเกาะทะลุอยู่ตรงจุดที่มีความแปลกของธรรมชาติซึ่งเป็นที่ มาของชื่อ บริเวณเกาะด้านทิศเหนือจะเป็นแหลมที่มีผาหินคล้ายกับสะพานธรรมชาติ ช่วงกลางจะเป็นช่องว่างน้ำทะเลลอดทะลุ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกาะทะลุอย่างแท้จริง สภาพของเกาะทะลุจะมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าหนาทึบ ด้านทิศตะวันออกกับทิศใต้มีหาดทรายขาวบริเวณกว้างอยู่ 2 จุด เหมาะสำหรับการตั้งแคมป์แรมคืน ส่วนของเกาะทิศตะวันตกจะมีสภาพเป็นผาหินที่สูงชันและแหลมคมตลอดทั้งแนวเกาะ ตามปกติจะมีนกนางนวลอาศัยอยู่นับร้อยตัว โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ทุกๆปี จะมีไข่นกนางนวลอยู่ขาวทั้งหน้าผา นอกจากนี้ที่เกาะทะลุยังเป็นแหล่งของเต่าทะเลบางชนิดขึ้นมาวางไข่ และเป็นที่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่เป็นจำนวนมาก ใต้ท้องน้ำทะเลโดยรอบเกาะทะลุโดยเฉพาะหน้าหาดทรายตะวันออกจะมีดงปะการังขนาด ใหญ่ เนื้อที่ราวๆ 10 ไร่ นับเป็นแหล่งดำน้ำลึกชั้นเยี่ยมอีกแห่งหนึ่งของน่านน้ำฝั่งทะเลภาคตะวันออก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและ สำรองที่พัก ได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด 79 ม.1 ถนนหาดแม่รำพึง-เพ ก้นอ่าว ตำบลเพ อ.เมือง จ.ระยอง 21160 โทรศัพท์/โทรสาร 0 3865 3034 e-mail :NP_Samet@hotmail.com หรือ กองอุทยานแห่งชาติ โทรศัพท์ 0 2562 0760

เขาวง ระยอง


เขาวงมีพื้นที่ 4.40 ตารางกิโลเมตร ชาวบ้านมักจะเรียกว่า เขาวงกต เพราะมีภูเขาล้อมวงเป็นชั้นๆ มีโพรงถ้ำที่สลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกต มีหน้าผาและชะโงกผาที่สวยงาม ประกอบด้วยถ้ำประมาณ 80 ถ้ำ เช่น ถ้ำเพชร ถ้ำละคร ถ้ำสิงห์โต ถ้ำค้างคาว ถ้ำโรงบ่อน ถ้ำเต่า เป็นต้น แต่ละถ้ำมีความสวยงามแต่งต่างกัน นอกจากนี้บริเวณพื้นที่รอบๆ เขาวง ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเลียงผา ที่เป็นสัตว์ป่าสงวน ปัจจุบันเปิดให้ชม 20 ถ้ำ 

พระเจดีย์กลางน้ำ

ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ 2 กิโลเมตร ใกล้ปากแม่น้ำระยอง องค์พระเจดีย์ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2416 โดยพระยาศรีสมุทรโภคชัยโชค ชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนแรกเป็นผู้สร้าง เจดีย์กลางน้ำ เป็นเจดีย์ก่ออิฐฉาบปูน ทรงระฆัง สูงประมาณ 10 เมตร นี้ใช้เป็นสัญลักษณ์ของชาวเรือว่าได้เดินทางมาถึงเมืองระยองแล้ว ใกล้ ๆ กันยังเป็นป่าชายเลนที่มีต้นโกงกางหนาแน่น มีสะพานไม้คดเยวเข้าไปด้านใน ปลายสุดของศาลาเป็นจุดชมวิวที่ให้นั้งชมบรรยากาศของปากน้ำระยอง  พอถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปีจะมีงานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์ แข่งเรือยาว และงานลอยกระทง

วัดป่าประดู่

อยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง ข้างโรงพยาบาลระยอง ถนนสุขุมวิท เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ วิหารพระปาลิไลยก์ พระปางปาลิไลยก์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่คู่กับวัดนี้เช่นเดียวกับพระพุทธไสยาสน์ องค์พระสูง 6.02 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2501 พระพุทธไสย์ยาสน์   เป็นพระพุทธไสยาสน์ซึ่งประทับอยู่ในท่านอนตะแคงซ้าย องค์พระทำด้วยอิฐถือปูน เดิมอยู่กลางแจ้ง ต่อมาสร้างวิหารครอบเมื่อปี พ.ศ. 2524 มความยาว 11.95 เมตร โบสถ์หลังเก่า  พระครูสมุทสมานคุณและชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2449 การก่อสร้างใช้รูปแบบของสถาปัตยกรรมในยุคสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีหลังคาซ้อนกันสองชั้นประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานศิลปกรรมแบบจีน โดยเฉพาะลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันของโบสถ์ การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรก จากถนนสุขุมวิท สาย 3 ผ่านตัวเมือง จังหวัดระยองจุดสังเกตคือ ผ่านโรงพยาบาลระยอง โรงเรียนวัดป่าประดู่ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยถนนป่าประดู่จะถึงวัดป่าประดู่ เส้นทางที่ 2 จากถนนสาย 36 (บายพาส) ถึงสี่แยกเกาะลอย ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนจันทอุดม ผ่านตัวเมืองจังหวัดระยอง พอถึงสามแยกโรงพยาบาลให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขุมวิท สาย 3 ผ่านโรงพยาบาลระยอง โรงเรียนวัดป่าประดู่ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยถนนป่าประดู่จะเห็นวัดป่าประดู่

ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ

อยู่ตรงข้ามกับทางแยกเข้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ตรงกิโลเมตรที่ 278 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร หรือจะเข้าทางถนนที่เข้าสู่ปากน้ำประแสร์อีกทางหนึ่งก็ได้ ภายในศาลประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวง ชุมพรฯ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย และเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองระยอง

 ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 

อยู่ในบริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล ถนนตากสิน ตำบลท่าประดู่ มีต้นสะตือขนาดใหญ่อยู่หน้าศาล อายุประมาณ 300 ปี เล่ากันว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงนำช้างมาผูกไว้ที่ใต้ต้นสะตือนี้เมื่อครั้นเสด็จผ่าน ระยองไปเพื่อรวบรวมไพร่พล และตั้งทัพเพื่อเตรียมกู้อิสรภาพที่จันทบุรี ภายในศาลมีรูปหล่อของสมเด็จพระเจ้าตากสินในท่าประทับยืนประดิษฐานอยู่ และมีงานสมโภชประจำปีในช่วงตรุษจีน ศาลฯ เปิดเวลา 06.00-18.00 น. ทุกวัน  การเดินทาง สามารถใช้เส้นถนนสุขุมวิท สาย 3 เริ่มจากตัวเมืองจนถึงหอนาฬิกาประมาณ 200 เมตร จะถึงสามแยกตากสิน ให้เลี้ยวขวาที่สามแยกตากสิน เข้าสู่ถนนตากสินมหาราช

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง

 

ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ริมอ่าวบ้านเพ ตำบลเพ เป็นสถานที่ศึกษา ทดลองและวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ทะเลและพรรณไม้น้ำ อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำที่สวยงามและหายาก รวมทั้งความรู้ทางด้านทรัพยากรสัตว์ทะเลและการประมง โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น ๓ ส่วน  

ส่วนแรก จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ โดยรวบรวมและจัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงาม ปลาเศรษฐกิจ สัตว์น้ำที่หายาก และพรรณไม้น้ำของไทย อุโมงค์ทางเดินใต้ทะเลจำลอง สัมผัสกับสัตว์ทะเล  

ส่วนที่สอง จัดแสดงนิทรรศการ โดยแสดงชีวประวัติสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม วิวัฒนาการของเรือประมงและเครื่องมือประมง จำลองนิเวศน์ป่าชายเลน และ  

ส่วนที่สาม
จัดแสดงพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย โดยนำตัวอย่างของสัตว์ทะเลที่น่าสนใจ เช่น ปะการัง หอยทะเล

 

สวนสุภัทราแลนด์

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองระลอก อำเภอบ้านค่าย ห่างจากตัวเมืองระยองประมาณ 30 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3143 เป็นสวนผลไม้ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมมีผลไม้หลายชนิด อาทิ เงาะ ทุเรียน มังคุด มะเฟือง มะพร้าว ขนุน สละ มะม่วง แก้วมังกร ลองกอง ลำใย ส้มโอ องุ่น  ช่วงฤดูผลไม้อยู่ในราวเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน มีกิจกรรมชมสวนด้วยรถรางชิมผลไม้จากต้น บุฟเฟต์ผลไม้ ชาวไทยคนละ  200 บาท  ชาวต่างชาติ คนละ 300 บาท

 

30/8/54

สถานที่ท่องเที่ยว น่าน

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัด น่าน

คำขวัญประจำจังหวัด น่าน 
แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

          ตราประจำจังหวัด : รูปพระธาตุแช่แห้งอยู่บนหลังโคอุศุภราช
          ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกเสี้ยวดอกขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bauhinia variegata)
          ต้นไม้ประจำจังหวัด : เสี้ยวดอกขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bauhinia variegata)
          คำขวัญประจำจังหวัด : แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

ความเป็นมาของ จังหวัดน่าน

   น่านมีชื่อเดิมว่า นันทบุรีหรือวรนคร สร้างขึ้นโดยพระยาภูคา ในราวศตวรรษที่ 18 บริเวณที่ราบในตำบล ศิลาเพชรหรือ อำเภอ ปัวในปัจจุบัน ต่อมาในสมัยพระยาการเมืองได้รับพระบรมสาริกธาตุพร้อมกับย้ายเมืองมาสร้างใหม่บริเวณเชิงดอย

การเดินทาง 

รถยนต์ 
           จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 32 มาจนถึงจังหวัดนครสวรรค์จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 117 มาจนถึงจังหวัด พิษณุุโลกและใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 โดยผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอ เด่นชัย (จังหวัดแพร่) ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านจังหวัดแพร่ จนไปถึงจังหวัดน่าน

รถไฟ

          จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ไปลงที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ แล้วจึงต่อรถโดยสารประจำทางมาที่จังหวัดน่าน ระยะทาง 142 กิโลเมตร รายละเอียดติดต่อหน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 www.railway.co.th



รถโดยสารประจำทาง

          สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 (หมอชิต 2) มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดน่านทุกวัน ติดต่อ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2936 2852-66 www.transport.co.th และมีบริษัทเอกชนหลายแห่งที่บริการเดินรถไปจังหวัดน่าน ติดต่อ แพร่ทัวร์ โทร. 0 2245 2369, 0 2245 1697 และ 0 2936 3720 สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2495-6 และ 0 5471 0122 เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 5471 0362, 0 2936 0199
         


สถานที่ท่องเที่ยว น่าน 

วัดพระธาตุเขาน้อย



          วัดพระธาตุเขาน้อย องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับวัดพญาวัด ตรงหลักกิโลเมตรที่ 2ร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ.2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันจากวัดพระธาตุเขาน้อยสามารถมองเห็นทิวทัศน์ โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542  

วัดพระธาตุแช่แห้ง



          วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณที่เป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง สร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ.ศ.1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ในปีพ.ศ. 1897

          องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้งสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริ ภุญไชย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน 


อุทยานแห่งชาติแม่จริม (ล่องแก่งลำน้ำว้า)


อุทยานแห่งชาติแม่จริม (ล่องแก่งลำน้ำว้า)อยู่ ในเขตอำเภอแม่จริม ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 60 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 1168 และ 1243 มีพื้นที่ 270,000 ไร่ หรือ 432 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำที่ไหลไปลงแม่น้ำน่านที่อำเภอเวียงสา เนื่องจากองค์ประกอบของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชัน มีสภาพป่าที่ยังคงสมบูรณ์ และมีน้ำว้าไหลผ่านทางทิศตะวันตกของพื้นที่เป็นระยะทางถึง 7.5 กิโลเมตร ทำให้มีจุดเด่นทางธรรมชาติ ทั้งที่เป็นป่าไม้ วัฒนธรรม และลำน้ำ

          เหมาะสำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ ล่องแก่งลำน้ำว้า โดยใช้แพยาง มีจุดเริ่มต้นบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่จริม ถึงจุดสิ้นสุด (ปางช้าง) ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมง หรือสิ้นสุดที่บ้านหาดไร่ ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีแก่งต่าง ๆ ให้ผจญภัยและเล่นน้ำ กว่า 10 แก่ง, ขับรถชมวิวเส้นทางบ้านน้ำพาง-บ้านร่มเกล้า ตามเส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1259 (บ้านน้ำพาง-บ้านร่มเกล้า) ระยะทาง 25 กิโลเมตร ตัดตามสันเขาผ่านสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง สามารถจอดรถชมทิวทัศน์หุบเขาและหมู่บ้านทะเลหมอกยามเช้า ตลอดจนทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินได้หลายจุด

แผนที่ จังหวัดน่าน







16/10/53

สถานที่ท่องเที่ยว ภูหลวง

แปกดำภูหลวง จ.เลย
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด เวลาที่มีหมอกลงส่วนมากเป็นช่วงเช้า
ฤดูกาลที่ดีที่สุด กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
จุดชมวิวที่ดีที่สุด ป่าสนบริเวณที่เรียกว่า แปกดำ

มนต์ขลังของฤดูฝนบนภูหลวงนั้นคือ สายหมอก
ฉ่ำเย็น นี่เป็นวันเวลาของดอกเปราะภูสีชมพู ซึ่งจะ
พากันบานสะพรั่งทั้งผืนป่าล่วงถึงต้นฤดูฝนราวเดือนมิถุนายน บนภูหลวง จ.เลย
นั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของดอกไม้ต้นฤดูฝนซึ่งพากันผลิ ดอกสวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน เช่น โคกนกกระบาและลานสุริยัน แต่ไกลออกไปในป่าสนบริเวณที่เรียกว่า แปกดำเดินเท้าถึงได้ในเวลาชั่วโมงเศษๆ
ที่นั่นดอกเปราะภูสีชมพู(Caulokaempferia violacea) สวยสดกำลังพากันออกดอกสะพรั่งทั้งผืนป่า มีเวลาสวยที่สุดอยู่แค่เดือนเดียวพลาดปีนี้ ต้องรออีกปีหนึ่งถึงจะมีโอกาสอีกครั้ง





















เส้นทางการเดินทาง
จาก จ.เลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 สู่อ.ภูเรือ ก่อนถึงบริเวณบ้านสานตมมีทางแยก
ซ้ายเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงด้านโคกนกกระบาระยะทางราว 28 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานเลย
โทร. 0-4281-2812